การนวดรีแล็กซ์
นวดสปา

Relaxing Massage

นวดรีแล็กซ์ นวดสปา

นวดน้ำมันสไตล์นวดสปา เป็นการนวดรีแลกซ์ และนวดเพื่อการผ่อนคลาย โดยน้ำหนักที่ใช้ในการนวดจะเน้นการนวดน้ำหนักเบาไปจนถึงปานกลาง ในสปานิยมการนวดแบบรีแล็กซ์เป็นอย่างมาก โดยเฉลี่ยระยะเวลาในการนวดมีตั้งแต่ 60 – 120 นาที ต่อการนวดหนึ่งครั้ง

การนวดน้ำมันเพื่อการรีแลกซ์ คล้ายกับการนวดอโรมาและการนวดสวีดิช เพียงแต่เทคนิคและวิธีในการนวดอาจแตกต่างกันไป ทั้งนี้น้ำมันที่ใช้จะมีกลิ่นหรือไม่มีกลิ่นก็ได้

เทคนิคที่ใช้ในการนวดรีแล็กซ์ นวดสปา

1.การลูบยาว Effeurage (Stroking) คือการใช้ฝ่ามือลูบวนแนวยาวบนผิวหนัง เป็นการลูบแบบมีน้ำหนักเบาจนถึงปานกลาง  ซึ่งจะให้ผลแตกต่างกัน

การลงน้ำหนักปานกลางต่อเนื่องเป็นแนวยาว จะทำให้ผลทางกลศาสตร์ระดับลึก โดยออกแรงไล่จากส่วนปลายเข้าหาข้อพับของแขน ขา หลัง และคอ มักใช้แรงเบาในช่วงวนกลับ วิธีนี้จะช่วยเพิ่มการไหลเวียนกลับของเลือดดำหรือทางเดินน้ำเหลือง ถ้าลงน้ำหนักเบาในทิศทางใด ซึ่งจะกระทำได้ทั่วทั้งร่างกายเป็นการกระตุ้นปฏิกิริยาตอบสนองและเกิดผลทางด้านจิตใจ ทำให้รู้สึกผ่อนคลาย การใช้จังหวะเร็วจะเป็นการกระตุ้นจังหวะ ช้าจะเป็นการผ่อนคลาย

ประโยชน์ของการลูบยาว

  • ช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อชั้นบน
  • ทำให้ผิวหนังมียืดหยุ่นดีขึ้น

2. การบีบ ขยำ Petrissage (Compression) คือการบีบขยำเนื้อเยื่ออ่อนบนร่างกายโดยอาศัยแรงบีบสองมือถือมือเดียวกดลงบนส่วนต่างๆ  สามารถลงน้ำหนักเบา ปานกลาง และหนัก ได้ตามขีดความสามารถของการนวด

เทคนิคในการบีบ ขยำ Petrissage (Compression)1

2.1 Kneading การใช้ฝ่ามือ หรือส่วนของมือกดและคลึงเป็นวงกลม

2.2 Picking up การกดบีบแล้วจับกล้ามเนื้อดึงขึ้น ปล่อยแล้วทำใหม่

2.3 Wringing จับกล้ามเนื้อขึ้น ขยับไปมาก่อนจึงปล่อย เกิดแรงเสียดทานหรือแรงตึง ภายในกล้ามเนื้อนั้น

2.4 Rolling การหยิบผิวหนัง หรือรวมถึงกล้ามเนื้อด้วย ให้อยู่ระหว่าง 4 นิ้วมือกับ นิ้วโป้ง แล้วไล่ม้วนส่วนเนื้อเยื่อที่หยิบขึ้นมานั้นก่อนจะปล่อย

ประโยชน์

  • ช่วยให้ระบบไหลเวียนของเลือด
  • ช่วยให้ระบบไหลเวียนน้ำเหลืองดีขึ้น
  • ทำให้กล้ามเนื้อที่หดเกร็งสามารถผ่อนคลายและยืดออกมาได้
  • กำจัดสารพิษออกจากร่างกาย
  • ช่วยลดเซลลูไลท์และทำให้ไขมันอ่อนตัวลง
  • ช่วยให้เนื้อเยื่อที่ยึดแน่นหรือพังผืดสลายตัวและกล้ามเนื้อที่ติดกันแยกออก

3. การสั่นสะเทือน Vibrations เป็นการใช้ฝ่ามือหรือสันมือวางสัมผัสกับร่างกาย แล้วออกแรงสั่นขณะที่เคลื่อนมือไปตามจุดต่างๆบนร่างกาย เช่นใช้มือสั่นบริเวณลำคอจะทำให้กล้ามเนื้อบริเวณลำคอและกล้ามเนื้อมัดใหญ่บริเวณหลังผ่อนคลายลดอาการตึงของกล้ามเนื้อทั้งเส้น

ประโยชน์ของการสั่นสะเทือน

  • ช่วยลดอาการเจ็บปวด
  • กระตุ้นการทำงานของระบบผิวหนังและเนื้อเยื่อ
  • ลดความเมื่อยล้า
  • ช่วยกระตุ้นเส้นประสาท
  • ทำให้สงบ
  • กระตุ้นการทำงานของปอด
  • ช่วยกระตุ้นการทำงานของระบบย่อยอาหาร

4. การถู และดัน Frictions โดยใช้มือถู หรือ ดัน ไปในทิศทางตรงกันข้ามโดยถูและกดในจังหวะเดียวกันส่วนมากจะใช้ 2 มือ ถูสลับข้างหรือถูสวนทิศทางกัน  หรือการส่งแรงเคลื่อนไหวแบบวงกลมหรือแนวขวางผ่านทางปลายนิ้ว ซึ่งมักใช้นิ้วโป้ง หรือส้นมือกดลงบนกล้ามเนื้อ พื้นที่ผิวเล็กๆที่รับแรงแต่ละครั้งจะทำให้แรงสามารถผ่านจากผิวตื้นลงสู่ระดับลึกได้ดี เช่นกล้ามเนื้อ เอ็น หรือพังผืดต่างๆ การออกแรงให้ถึงระดับลึกอาจจะทำให้รู้สึกไม่สบาย และทำให้ช้ำได้บ้าง แต่ได้ผลดีในการรักษาเอ็นอักเสบพังผืดอักเสบและจุดกดเจ็บของกล้ามเนื้อ

เป็นเทคนิคที่ใช้เพื่อยืดกล้ามเนื้อชั้นบนและผิวหนังซึ่งจะส่งผลโดยตรงต่อไขมันใต้ผิวหนังโดยเฉพาะบริเวณที่มีเซลลูไลท์และเนื้อเยื่อกล้ามเนื้อชั้นบนและผิวหนังโดยตรง

ประโยชน์

  • ช่วยลดอาการบวมน้ำได้ดี
  • ขจัดสารพิษออกจากร่างกาย
  • แก้ไขอาการอุดตันของไขมัน เลือด และน้ำเหลือง
  • ช่วยให้ผ่อนคลาย
  • ช่วยให้ผิวเนียนเรียบ
  • ช่วยรักษาเอ็นอักเสบ พังผืดอักเสบ และกล้ามเนื้ออักเสบได้

5. การกดจุด  Pressure Point เป็นการกดเฉพาะจุดโดยอาจใช้นิ้วหรือกำปั้นในการกดจุดซึ่งจุดที่ถูกกดเราเรียกว่าจุด Trigger Point ซึ่งจำเป็นส่วนปลายต่อของกล้ามเนื้อและเอ็นหรือกล้ามเนื้อกับกล้ามเนื้อหรือเอ็นกับข้อต่อเป็นต้น

ประโยชน์

  • กระตุ้นให้เส้นเลือดใหญ่สามารถทำงานได้ดีขึ้น
  • ปรับสมดุลร่างกาย
  • กระตุ้นการทำงานของเส้นประสาท
  • ช่วยให้ระบบเผาผลาญพลังงานทำงานได้ดีขึ้น
  • ช่วยให้ระบบไฟฟ้า น้ำ และลมในร่างกายไหลเวียนได้ดีขึ้
นวดรีแล็กซ์ นวดสปา

ข้อห้าม ข้อควรระวังในการนวดรีแล็กซ์ นวดสปา

1. ห้ามนวดผู้มีอาการบาดเจ็บที่เพิ่งเกิดขึ้นหรือเลือดออก เพราะอาจทำให้มีเลือดออก ซ้ำบริเวณนั้น
2. ห้ามนวดบริเวณที่มีความผิดปกติของระบบหลอดเลือด เช่น อาการเส้นเลือดขอด อาการอักเสบแดงตามแนวเส้นเลือด อาการโป่งพองของเส้นเลือด ซึ่งอาจมีก้อนเลือดเคลื่อนไปยังบริเวณอื่น เกิดการอุดตันของหลอดเลือดหัวใจและสมองได้
3. ห้ามนวดผู้ที่มีการแข็งตัวเลือดผิดปกติ อาจเกิดจากได้รับยาต้านเลือดแข็งตัว การนวดอาจทำให้เกิดเลือดออกใต้ผิวหนังหรือจ้ำเลือดได้
4. ห้ามนวดบริเวณรอยโรคบนผิวหนังที่ยังไม่หายสนิท อาจทำให้แผลแยก หรือติดเชื้อ ผ่านทางน้ำเหลืองมาถึงตัวผู้นวด
5. ห้ามนวดบริเวณที่มีการติดเชื้อไวรัส แบคทีเรียต่างๆ เพราะอาจทำให้เชื้อโรคแพร่กระจายได้
6. ห้ามนวดบริเวณที่มีอาการอักเสบ บวม แดง ช้ำเนื่องจากจะอักเสบมากยิ่งขึ้น
7. ห้ามนวดกระดูกหักที่ยังสมานไม่ดี หรือนวดผู้ที่มีกระดูกเปราะบาง การนวดไม่ถูกต้องอาจเป็นเหตุให้กระดูกหักได้
8. การนวดผู้ที่เปลี่ยนข้อต่อต้องทำด้วยความระมัดระวัง ผู้นวดต้องมีความรู้และความชำนาญ
9. ห้ามนวดผู้มีอาการไข้ ร่างกายกำลังอ่อนเพลียมาก
10. ห้ามนวด หลังดื่มสุราหรือหลังอาบน้ำเสร็จทันทีเพราะจะทำให้มีการไหลเวียนของเลือดมากเกินไป

เทคนิคการนวดรีแล็กซ์ นวดสปา

ติดตามเรา

แบ่งปันไปยังคนที่คุณรัก