การนวดหินร้อน

Hot Stone Massage Therapy

การนวดหินร้อน

การนวดหินร้อน

การนวดหินร้อน คือ การนวดด้วยหินซึ่งมีความร้อน โดยหินที่ใช้ในการนวดหินร้อนก็คือหิน บาซอลต์ หรือ บะซอลต์ หรือ หินลาวา หรือเรียกอีกอย่างว่าหินภูเขาไฟ ส่วนในประเทศจีนมีการใช้ Bain Stone ในการนวด

หินบาซอลต์ หรือบะซอลต์ (Basalt)

หินบะซอลล์เป็นหินที่ได้จากการเย็นตัวของลาวา ซึ่งตัวหินจะมีความแข็งแกร่ง และสามารถเก็บความร้อนได้นาน เฉลี่ย 20 -30 นาที

นวดหินร้อน
Basalt เป็นภาษาละติน มีความหมายว่า "แข็งแกร่ง หรือ แข็งมากๆ" หินบาซอลต์ เป็นตัวแทนของความกล้าและความสุข

ความเป็นมาของการนวดหินร้อน

การนวดหินร้อนมีประวัติศาสตร์ที่ยาวนานจากหลักฐานที่บันทึกไว้ในประเทศอินเดียมีการใช้หินร้อนและหินเย็นในการนวด มานานกว่า 5,000 ปี ก้อนหินที่ใช้จะเก็บน้ำจากแม่น้ำ โดยนำหินมาทำให้เกิดความร้อนแล้วใช้หินประคบและนวดเพื่อการรักษากล้ามเนื้อ ผ่อนคลายกล้ามเนื้อ

ในประเทศญี่ปุ่นมีการใช้หินร้อน มานานกว่า 4,000 ปี แต่จะเป็นการใช้หินโดยวางตามจุดต่างๆบนท้อง เพื่อกระตุ้นระบบย่อยอาหารของร่างกาย

ส่วนประเทศจีนนั้นมีการใช้หินร้อน มานานกว่า 2,000 ปีโดยจะใช้หิน Bian Stone เพื่อกระตุ้นระบบต่างๆในร่างกายให้ทำงานได้ดีขึ้น รวมทั้งใช้หินร้อนร่วมกับการนวดเพื่อการรักษา โดยการทาสมุนไพรไปบนผิวแล้วใช้หินร้อนวางทับเพื่อให้หินกระจายความร้อน และผลักสมุนไพรเข้าไปในร่างกาย ภายหลังมา หมอรักษาโรคจากจีนได้นำเทคนิคการใช้หินร้อนเพื่อรักษาร่างกายเผยแพร่เทคนิคนี้ไปยังประเทศญี่ปุ่น และประเทศญี่ปุ่นก็รับเอาเทคนิคและวิธีการในการใช้หินร้อนเพื่อนวดเพราะในประเทศญี่ปุ่นเองก็มีความเชื่อเรื่องการใช้หินร้อนในการรักษาและกระตุ้นระบบย่อยอาหารอยู่ก่อนแล้ว

การนวดหินร้อน

 

ส่วนในอเมริกานั้นมีการใช้หินร้อนในการนวดมานานหลายร้อยปีซึ่งเรียกการนวดหินร้อนว่า Hahana Massage โดยจะใช้หินถูไปตามส่วนต่างๆของร่างกายเชื่อว่าสามารถช่วยลดอาการเกร็งของกล้ามเนื้อได้

และชาวพื้นเมืองบนเกาะฮาวายก็ใช้หินร้อน ซึ่งหินที่ใช้ก็คือ หินลาวา เป็นหินที่ได้จากการระเบิดของภูเขาไฟ และหินที่พบตามชายฝั่งทะเลซึ่งมีสีดำ ซึ่งหินดังกล่าวก็คือหินบาซอลต์นั่นเอง ชาวพื้นเมืองฮาวายใช้หินร้อนในการนวดถูบนร่างกาย เพื่อรักษากล้ามเนื้อและใช้วางบนจุดต่างๆของร่างกาย เพื่อกระตุ้นระบบการไหลเวียนของเลือด

หินถูกใช้ในการรักษาร่างกายมานานตั้งแต่สมัยโบราณ เช่น ในอเมริกาเหนือ อเมริกาใต้ แอฟริกา ในแถบยุโรป และประเทศอียิปต์ โดยบางส่วนใช้หินในการรักษาร่างกายโดยทำเป็นเตียงเพื่อนอน ซึ่งเชื่อว่าหินมีพลังที่สามารถกำจัดพลังด้านลบออกจากร่างกายและเพิ่มพลังด้านดีเข้าสู่ร่างกาย

การใช้หินร้อนในการนวดถูกพัฒนาและปรับปรุงท่าในการนวด โดย LaStone Therapy ปรับปรุงโดย Massage Therapist ชื่อ Mary Nelson, ในปี 1993 ซึ่งเธอค้นพบการใช้หินร้อนในการนวดเมื่อเธอและหลานสาวอยู่ห้องซาวน่า เธอใช้หินร้อนนวดหลานสาวของเธอ โดยใช้หิน กด ถูไปตามร่างกายคล้ายกับการใช้มือในการนวดร่างกาย ซึ่งปรากฏว่าการใช้หินร้อนในการนวดช่วยรักษากล้ามเนื้อได้เร็วกว่าการนวดปกติ เธอจึงได้คิดค้นและปรับปรุงท่าในการนวดหินร้อนให้ง่ายต่อการใช้งานแ ละมีประสิทธิภาพมากขึ้น จากนั้นจึงเผยแพร่ไปยังเทอราปิสที่ทำงานนวด จึงทำให้การนวดหินร้อนเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก

 

ความเป็นมาของหินร้อน หินบาซอลต์ หรือ บะซอลต์ หินภูเขาไฟ หรือเรียกอีกอย่างว่า หินลาวา ใช้ในการนวดหินร้อนคือ หินบาซอลต์ที่ทำให้เกิดความร้อน แล้วนำไปนวดบนร่างกาย

Basalt Stone เห็นบาซอลต์ หรือ บะซอลต์ หรือที่รู้จักกันในนามของ หินลาวา ซึ่งพบมากในบริเวณที่เคยเกิดภูเขาไฟมาก่อนหรือบริเวณแม่น้ำลำธารซึ่ง หินบาซอลต์ มีสีเหลืองสีน้ำตาลและสีดำ
หินบาซอลต์พบได้ในหลายๆประเทศเช่น กรีนแลนด์ สกอตแลนด์ อินเดีย จีน ญี่ปุ่น แคนาดา สหรัฐอเมริกา นามิเบีย แอฟริกาใต้ รัสเซียเป็นต้น 

หินลาวา

Basalt เป็นภาษาละติน มีความหมายว่าแข็งมากๆ ซึ่งหินบาซอลต์ ได้รับ ชื่อนี้ เนื่องจากเป็นหินที่มีความแข็งแกร่งมาก

หินบะซอลต์เป็นหินที่พบมากที่ในโลกด้วยหินบะซอลต์เป็นชั้นหินใต้โลก ซึ่งมีความแข็งมากๆ หินบาซอลต์ ขึ้นมาอยู่บนพื้นผิวโลกเกิดจากการที่มีการระเบิดของภูเขาไฟ โดยที่แม็กม่า ซึ่งอยู่ใจกลางของแกนโลก ได้ไหลผ่านชั้นหินบาซอลต์ โดยลาวามีความร้อนสูงมาก ประมาณ 1100 to 1250° C จึงได้หลอมชั้นหินบาซอลต์ ทำให้หินนั้นหลอมเหลวและผสมอยู่ในลาวา เมื่อมีการระเบิดของภูเขาไฟ ลาวาก็ไหลออกมา เมื่อลาวาเย็นตัวลงก็กลายเป็นก้อนหิน และหินบาซอลต์ยังพบได้ตามพื้นทะเลลึก
ซึ่งหินบาซอลตามธรรมชาติ มีรูปร่างแตกต่างกันไป บางส่วนก็เป็นหินชั้นก้อนใหญ่บางส่วนก็เป็นหินก้อนเล็กๆซึ่งมีลักษณะกลมมนสามารถนำมาใช้นวดได้แต่ปัจจุบันหินที่ใช้ในการนวดหินร้อนเป็นหินบะซอลต์ที่มีการเจียระไนให้มีขนาดที่พอเหมาะสำหรับการนวด

หินบะซอนั้นมีส่วนประกอบของ ออกซิเจน (Oxyegn), ไอออนไดออกไซด์ (Iron Dioxide), ไทเทเนียมไดออกไซด์, (Titanium Dioxide), ซิลิกา (Silica), แม็กนีเซียม (Magnesium) ซึ่งเป็นหินชนิดเดียวกันที่พบใน Lunar Maria บนดวงจันทร์ และบนพื้นผิวของดาวอังคาร

เนื่องจากหินบะซอลต์เป็นหินที่มีความแข็งแรงทนทาน นอกจากการนำหิน บะซอลต์มาใช้ในการนวดแล้ว ในสมัยโรมันยังมีการนำหินบาร์โซ่มาใช้ทำถนนอย่างเช่นถนนในกรุงโรม ประเทศอิตาลี ก็ทำมาจากหินบะซอลต์ ทั้งหมดและอาคารบ้านเรือนต่างๆในสมัยโรมัน ก็ทำมาจากหินบะซอลต์ เช่นกัน เช่น Roman Theater เป็นต้น 

การนวดหินร้อนก็คือ
การใช้หินผสมผสานกับการนวด ซึ่งหินที่ใช้จะมีผิวที่เนียนเรียบและหินจะถูกทำให้เกิดความร้อน โดยเทอราปิส จะถือหินอยู่ในมือแล้วใช้หินนั้นนวด กดจุดไปตามส่วนต่างๆของร่างกายและใช้หินวางไว้ตามจุดต่างๆของร่างกาย เพื่อให้หินนั้นส่งผ่านความร้อนเข้าไปยังกล้ามเนื้อเพื่อกระตุ้นให้กล้ามเนื้อสามารถรักษาตัวเองได้เร็วขึ้นทั้งนี้หินยังสามารถช่วยกระตุ้นระบบไหลเวียนของเลือด ระบบน้ำเหลือง ให้ไหลเวียนได้ดีขึ้น

เทคนิคการนวดหินร้อนที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน เป็นการพัฒนามาจากการนวดแบบ Hahana Stone Massage  เป็นการนวดแบบดั้งเดิมของชาวฮาวาย (Hawaiians)

การนวดหินร้อนของชาวฮาวายนั้นจมีเทคนิคหลักๆก็คือ
1. จะวางหินร้อนไปตามจุดต่างๆของร่างกายที่เกิดอาการเจ็บหรือเมื่อยล้า โดยการวางหินจะช่วยบรรเทาอาการเจ็บปวด และคลายความเมื่อลยล้าได้

2. ใช้ใบไม้ซึ่งจะมีคุณสมบัติในการบรรเทาอาการเจ็บปวดวางบนบริเวณที่เจ็บ แล้วใช้หินร้อนวางทับไปบนใบไม้ เพื่อให้ตัวยาในใบไม้ซึมเข้าไปสู่ร่างกาย

3.ใช้หินร้อนในการถูกนวดบนร่างกาย หลังจากที่นวดเสร็จสิ้นการนวดแบบดั้งเดิมของชาวฮาวาย (Hawaiians) เรียกว่า “a traditional Hawaiian Kahuna / Lomi-Lomi massage”

การนวดหินร้อน เป็นการนวดที่ผสมผสานเทคนิคการนวดปกติ แต่ว่า ใช้หินในการนวดแทน สิ่งที่ส่งเสริมให้การนวดมีประสิทธิภาพสูงที่สุด ก็คือ ความร้อนที่มาจากหินเพราะความร้อนสามารถช่วยให้กล้ามเนื้อผ่อนคลายได้ดี รวมถึงความร้อนในหินยังช่วยกระตุ้นระบบไหลเวียนของเลือดและน้ำเหลืองได้ดีกว่าการนวดธรรมดา ทั้งนี้ความร้อนก้อนหินยังสามารถช่วยให้ขับพิษได้ด้วย และที่สำคัญการใช้ก้อนหินนวดยังให้ความรู้สึกสบายกว่าการใช้มือนวด

นอกจากความร้อนที่ช่วยให้การนวดมีประสิทธิภาพแล้ว การนวดหินร้อนยังมีความเชื่อในเรื่องของพลังธรรมชาติที่อยู่ในหิน เนื่องจากหินร้อนเกิดจากการที่แม็กม่าซึ่งไหลขึ้นมาเป็นลาวา มีความร้อนมากกว่า 1,000 องศา ที่ได้หลอมหินในชั้นบาซอลต์ ให้ไหลขึ้นมากลายเป็นลาวา และเมื่อภูเขาไฟซึ่งการอัดแน่นของพลังงานดังเช่นมีการระเบิดออกมานั้น ทำให้มีความเชื่อว่าก้อนหินลาวา หรือหินบาซอลต์นั้นมีพลังพิเศษ ซึ่งก้อนหินบาซอลต์เป็นตัวแทนของความกล้าหาณและความสุข จึงเชื่อว่าเมื่อนำก้อนหินมานวด หรือสัมผัสร่างกายจะทำให้มีพลังด้านบวกและก้อนหินยังสามารถขจัดพลังด้านลบออกจากร่างกายอีกด้วย

อุปกรณ์ในการนวดหินร้อน

การนวดหินร้อน

หินบาซอลต์

อาจใช้หินบะซอลต์ Basalt หรือ  Bain Stone

หม้อต้มหิน

ใช้สำหรับต้มหินเพื่อให้เกิดความร้อน

หม้อต้มหิน
น้ำมันนวดตัว

น้ำมันสำหรับนวด

ใช้น้ำมันตัวพาในการนวด เช่น น้ำมันอัลมอนด์ น้ำมันเมล็ดองุ่น น้ำมันโจโจ้บา หรือจะใช้ผสมกับน้ำมันหอมระเหยก็ได้

คีมคีบหิน

ใช้สำหรับคีบหินออกจากหม้อ

การเตรียมหินสำหรับนวดหินร้อน ตามตำราใน 1 เซ็ท จะใช้หินทั้งหมด 87 ก้อน โดยมีหินทั้งหมด 4 ประเภท
1. หิน Booster ก้อนใหญ่และแบนใช้วางตามจุดต่างๆ บนร่างกาย
2. หิน Working Stone ใช้นวดตัวมีขนาดต่างๆ ประมาณ 10×10 cm. หรือ 12×7 cm. หรือ 7x 10 cm.
3. หินสอดระหว่างนิ้วเท้า มีขนาดเล็กและแบน
4. หิน Third eye วางระหว่างคิ้ว

การเตรียมหิน
นำหินมาเรียงในหม้อตามลำดับการใช้งาน โดยใช้ผ้ารองใต้หม้อเพื่อลดเสียงและการกระทบกับหม้อ โดยใส่น้ำให้ท่วมหิน เปิดหม้อต้มหินให้เดือดแล้วผ่อนความร้อนให้ได้ประมาณ 50-60 องศา แล้วจึงนำมานวด วางตามจุดต่างๆของร่างกาย

ประโยชน์ของการนวดหินร้อน

  1. ช่วยลดความเมื่อยล้า และอาการบาดเจ็บของกล้ามเนื้อ
  2. ลดความเครียดและทำให้อารมณ์สงบ
  3.  ทำให้นอนหลับสนิทยิ่งขึ้น
  4. ทำให้ขับสารพิษออกจากร่างกาย
  5. ทำให้ระไหลเวียนโลหิตดีขึ้น
  6. ทำให้ระบบไหลเวียนของน้ำเหลืองดีขึ้น
  7. กระตุ้นภูมิคุ้มกันของร่างกายให้ดีขึ้น
  8. ทำให้กล้ามเนื้อ ข้อต่อ และเส้นเอ็นมีความยืดหยุ่นมากขึ้น
  9. ลดความเสี่ยงในการเป็นมะเร็ง โดยกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย

ข้อควรระวังในการนวดหินร้อน

1. ไม่ควรนวดหลังรับประทานอาหารเสร็จใหม่ๆ ควรรออย่างน้อย 1 ชั่วโมง

2. ผู้ที่มีการเจ็บป่วยด้วยโรคต่อไปนี้ ควรงดการรับบริการนวดหินร้อน โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน โรคติดเชื้อทางผิวหนัง วัณโรค 

3. ก่อนทำการนวดควรมีการทดสอบความร้อนของหินก่อนเสมอ หินควรมีความร้อนที่ 45-50 องศา โดยมื้อถืออยู่ในมือของเธอราพีส ควรมีอุณหภูมิอุ่นพอดี

4. เมื่อทำการนวดควรสอบถามผู้เข้ารับบริการเสมอว่าความร้อนพอดีไหม

5. ก่อนเข้ารับการนวดผู้เข้ารับบริการควรดื่มน้ำให้มากๆ

การนวดหินร้อนควรใช้เวลาในการนวดประมาณ 90-120 นาที

เทคนิคการนวดหินร้อน

ติดตามเรา