น้ำมันตัวพาที่เหมาะกับการนวดที่สุด

น้ำมันตัวพา Carrier Base Oils

น้ำมันตัวพา Carrier Base Oils ก็เหมือนกับน้ำมันหอมระเหยที่ไม่ได้มีลักษณะเหนียวหรือข้นมาก เหมือนน้ำมันอื่น น้ำมันตัวพาต้องสกัดมาจากพืชเท่านั้น เราใช้น้ำมันตัวพาผสมกับน้ำมันหอมระเหยสำหรับนวด น้ำมันตัวพาสามารถซึมผ่านผิวหนังได้ดี จึงสามารถพาน้ำมันหอมระเหยเข้าสู่ร่างกายได้ดีกว่าน้ำ

Play Video

น้ำมันตัวพาที่เหมาะกับการนวดที่สุด

คุณสมบัติของน้ำมันตัวพา Carrier Base Oils

  • สามารถ สามารถทาลงบนผิวกาย ผิวหน้า ได้โดยตรง
  • ผสมกับน้ำมันหอมระเหยใช้นวดตัวเพราะมีคุณสมบัติใสไม่เหนียว
  • มีกลิ่นเล็กน้อย หรือไม่มีเลย
  • ใช้เป็นส่วนผสมของเครื่องสำอางเช่นครีมโลชั่นและสบู่

น้ำมันพืชก็ถือเป็นน้ำมันตัวพาได้ แต่น้ำมันตัวพาที่ดีต้องได้มาจากการสกัดเย็น (Cold Pressed) เพราะจะให้สารประกอบที่เป็นประโยชน์สูงงสุด แต่น้ำมันตัวพาบางตัวได้มาจากการสกัดร้อน (Refined Oils) อาจทำให้ปริมาณของ Fatty Acids และวิตามินต่างๆ ลดลงไปบ้าง แต่มีข้อดีคือ สีจะใสและบางเบากว่า แถมมีราคาถูกกว่าน้ำมันสกัดเย็นอีกด้วย น้ำมันตัวพาต้องเป็นน้ำมันที่สกัดจากพืช 100% เท่านั้น  ต้องไม่มีการใส่สารเคมีใดๆเข้าไป เพราะสารเคมีเหล่านี้อาจตกค้างในร่างกายได้

ข้อควรจำ

ไม่ควรใช้น้ำมัน มิเนอรัลออย (Mineral Oil เช่น Baby Oil) มาผสมกับน้ำมันหอมระเหย เพราะ Mineral Oil ได้มาจากกระบวนการผลิตปริโตเลี่ยม  ซึ่งเมื่อนำมาใช้ในการนวดจะทำให้ประสิทธิภาพการซึมผ่านผิวหนังของน้ำมันหอมระเหยลงลด แต่เราสามารถใช้ มิเนอรัลออย ในการนวดธรรมดาได้

น้ำมันตัวพา Carrier Base Oils

นำ้มันตัวพาที่นิยมใช้ มีดังนี้

1. Jojoba น้ำมันโจโจ้บา (Simmondsia chinensis – France)
โจโจบา ได้มาจากการสกัดเย็น เป็นน้ำมันที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในการนำไปใช้กับผลิตภัณฑ์บำรุงผิวและร่างกาย มีองค์ประกอบของสารธรรมชาติที่ทำหน้าที่คล้ายกับคอลลาเจนบนผิวหนัง น้ำมันโจโจบา มีราคาค่อนข้างสูงกว่าน้ำมันตัวพาอื่นๆ จึงนิยมนำมาผสมกับน้ำมันตัวพาอื่นๆ
คุณสมบัติ
ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น ไม่เหม็นหืน ถ้าผสมกับน้ำมันชนิดอื่นๆจะช่วยป้องกันไม่ให้น้ำมันชนิดนั้นเหม็นหืนด้วย
ประโยชน์
– ช่วยบำรุงผิวหนังได้ดีสำหรับทุกสภาพผิว คืนความชุ่มชื้นให้แก่ผิว ช่วยลดเลือนริ้วรอยแห่งวัย
– สมานรอยแผลเป็นและรักษาลดอาการอักเสบของสิว
– ซึมลงสู่ผิวได้ดีและรวดเร็วจึงทำให้ผู้ใช้ไม่รู้สึกเหนอะหนะ
– ช่วยบำรุงเส้นผมและหนังศีรษะให้มีสุขภาพดี

2. Grape seed น้ำมันเมล็ดองุ่น (Vitis vinifera – South Africa)
น้ำมันเมล็ดองุ่นแบบสกัดเย็นเป็นน้ำมันที่หายาก จะมีราคาสูง เนื่องจากส่วนมากจะเป็นแบบสกัดร้อนเท่านั้น ซึ่งทั้งเกรด Virgin และ Refined มีข้อแตกต่างกันอย่างมาก น้ำมันเกรด Virgin นี้ได้จากการบีบเย็นเมล็ดองุ่นที่ได้จากการผลิตไวน์ ทำให้ได้น้ำมันที่มีสีเขียวเข้มและกลิ่นหอมอบอวลของไวน์องุ่นที่มีคุณค่าของสารอาหารสำคัญอย่างครบถ้วน แต่ถ้าเป็นการสกัดร้อนจะมีราคาถูกกว่า เป็นน้ำมันที่ได้นับความนิยมสูงสุดในการใช้ผสมกับน้ำมันหอมระเหยเพื่อนวดอโรมา
คุณสมบัติ
สีใสออกเหลือง เขียว ไม่เหนียวเหนอะหนะ ส่งลงผิวเร็ว ไม่มีกลิ่น ใช้ได้กับทุกสภาพผิว
ประโยชน์
– ต้านอนุมูลอิสระ
– บำรุงผิวลดเลือนริ้วรอยและช่วยให้ผิวพรรณสดชื่น

3. Sweet Almond น้ำมันเมล็ดอัลมอนด์ (Prunus amygdalus dulcis – Spain)
น้ำมันจากเมล็ดอัลมอนด์ เป็นน้ำมันที่ได้รับความนิยมมาก มีความอ่อนโยนกับผิวมากกว่าน้ำมันชนิดอื่น ๆ จึงไม่ระคายเคืองในการนำไปใช้กับผลิตภัณฑ์บำรุงผิวและร่างกาย
คุณสมบัติ
มีสีเหลืองใส เนื้อบางเบา ซึมซาบลงสู่ผิวอย่างรวดเร็ว เหมาะสมกับทุกสภาพผิวโดยเฉพาะผู้ที่มีผิวแพ้ง่ายหรือผิวเด็กเล็ก
ประโยชน์
– รักษาความชุ่มชื้นให้เซลล์ผิว
– ป้องกันแสงแดดได้ในระดับหนึ่ง
– ลดการระคายเคืองอาการคันและการอักเสบของผิวหนัง
– ช่วยลดอาการปวดของกล้ามเนื้อ

4. Apricot Kernel น้ำมันเมล็ดแอปปริคอท (Prunus armeniaca – Middle East)
น้ำมันเมล็ดแอปริคอท อุดมไปด้วยกรดไขมัน โอเมก้า 6 และ 9 วิตามิน A, B1, B2, B6, B17 และวิตามิน E น้ำมันแอปริคอทได้มาจากการนำเมล็ดมาสกัดเย็น
คุณสมบัติ
มีสีเหลืองส้ม ในการบำรุงผิวซึมซาบได้อย่างรวดเร็ว มีกลิ่นคล้ายเมล็ดอัลมอนด์
ประโยชน์
– ช่วยให้ความรู้สึกเนียนนุ่มลื่น และเพิ่มความยืดหยุ่นแก่ผิวได้เป็นอย่างดี
– ช่วยปกป้องผิวและให้ความชุ่มชื่นแก่ผิว
– น้ำมันมีกลิ่นหอมอ่อน ๆ ของแอปริคอท เหมาะสำหรับผิวบอบบาง แพ้ง่าย โดยเฉพาะผู้มีผิวแห้ง

5. Rosehip Extra Virgin (Rosa rubiginosa – South Africa)
น้ำมันโรสฮิป น้ำมันสีส้มทอง กลิ่นหอมหวานบ่งบอกถึงคุณภาพที่ดีเยี่ยมอุดมไปด้วยสารอาหารที่เป็นประโยชน์ เป็นมอยส์เจอไรเซอร์บำรุงให้ผิวนุ่มชุ่มชื่น ชะลอความเสื่อมของผิวให้คงความอ่อนเยาว์อยู่เสมอ
คุณสมบัติ
เนื้อเบา กลิ่นบาง ซึมซาบลงสู่ผิวได้อย่างรวดเร็ว
ประโยชน์
– ช่วยลดเลือนริ้วรอย รอยหมองคล้ำหรือรอยแผลเป็นจากสิว
– ช่วยกระตุ้นการสร้างเซลล์ผิวใหม่
– ช่วยให้ผิวชุ่มชื่น
– ใช้ทาเพื่อป้องกันรอยแตกลาย

6. Argan น้ำมันบริสุทธิ์จากเมล็ดอาร์แกน (Argania spinosa – Morocco)
อาเก้นเป็นไม้ยืนต้นมีถิ่นกำเนิดที่ประเทศโมร็อกโกน้ำมันอาร์แกนมีชื่อเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า Liquid Gold หรือ น้ำมันทองคำ เนื่องจากเป็นน้ำมันที่มีคุณสมบัติโดดเด่นอุดมไปด้วยกรดไขมันวิตามิน อี เอ และ Fatty Acids น้ำมัน argan Oil เหมาะสำหรับบำรุงผิว ผมและเล็บ ซึ่งใช้เป็นส่วนประกอบหลักในการผลิตเครื่องสำอางบำรุงผิวกันอย่างแพร่หลาย น้ำมันอาร์แกน 30 กิโลจะได้น้ำมัน 1 กิโลจึงมีราคาค่อนข้างสูง
คุณสมบัติ
น้ำมันซึมซาบลงผิวได้อย่างรวดเร็ว ไม่ทิ้งความเหนอะหนะ
ประโยชน์
– ช่วยบำรุงและเพิ่มความนุ่มนวลให้กับผิว รักษาความยืดหยุ่นป้องกันไม่ให้ผิวแห้งและสูญเสียความชุ่มชื้น
– ชะลอการเกิดริ้วรอยแห่งวัย ป้องกันการเสื่อมสภาพของเซลล์ผิวเนื่องจากมีสารต่อต้านอนุมูลอิสระในปริมาณมาก
– ใช้รักษาสิวบริเวณใบหน้า
– ลดรอยแผลเป็นรอยด่างดำ
– ฟื้นฟูสภาพผมเสียให้กลับมีชีวิตชีวาได้ดี

7. Coconut Extra Virgin น้ำมันมะพร้าว (Cocos nucifera – Thailand)
น้ำมันมะพร้าวได้จากกระบวนการสกัดเย็น น้ำมันที่ได้มีลักษณะใส ไม่มีสี และมีกลิ่นหอมเบา ๆ ของมะพร้าวตามธรรมชาติ เป็นน้ำมันที่อุดมไปด้วยกรดลอริก และมีวิตามินอี ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระในปริมาณที่สูงน้ำมันสามารถซึมซาบลงสู่ผิวได้อย่างรวดเร็วจึงเหมาะสำหรับนำไปใช้กับครีมต่าง ๆ หรือใช้บ้วนปากทำ Oil Pulling ก็ได้
คุณสมบัติ
ใส ไม่มีสี ไม่มีตะกอน มีกลิ่นหอมของมะพร้าว ไม่มีกลิ่นหืน ซึมผ่านผิวหนังได้ดี ไม่เหนียวเหนอะหนะ สามารถเก็บไว้ได้นานปี
ประโยชน์
– ช่วยเสริมสุขภาพ ช่วยปรับสมดุลของระดับคอเลสเตอรอลในเลือด
– เพิ่มภูมิคุ้มกันโรค แก้ผื่นคัน ช่วยต้านแบคทีเรียไวรัสและเชื้อรา
– บำรุงผิวพรรณให้นุ่มนวลเต่งตึงลดรอยเหี่ยวย่น
– นำไปใช้บำรุงเส้นผมและหนังศีรษะได้ดี ทำโรงเส้นผมให้นุ่มสลวยดกดำเงางามและช่วยขจัดรังแค
– ใช้กลั้วปากเพื่อฆ่าเชื้อแบคทีเรีย
– บำรุงกระดูก
การเลือกใช้นำ้มันตัวพาควรคำนึงถึงวัตถุประสงค์การใช้งาน และสภาพผิวของลูกค้า ถ้าหากลูกค้ามีผิวแห้ง ควรเลือกน้ำมันตัวพาที่มีความข้นสูง เพราะมักมีคุณสมบัติการบำรุงผิวที่ดีกว่า น้ำมันตัวพาบางตัวเหมาะกับการใช้กับผิวหน้า เราจึงสามารถใช้น้ำมันนวดหน้าได้โดยตรง แต่ต้องระวังในการผสมกับน้ำมันหอมระเหย
น้ำมันตัวพาบางตัว เราเรียกว่า Additives oils คือ มีคุณสมบัติคือ มีความข้น และหนืดมากกว่าตัวอื่นๆ มีราคาแพง เวลาใช้งานควรมีการผสมกับน้ำมันตัวพาอื่นต้องผสมกับน้ำมันตัวพาตัวอื่นก่อนใช้ เช่น น้ำมันอะโวคาโด้ น้ำมันโจโจบา น้ำมันโรสฮิบ น้ำมันอีฟนิ่งพริมโรส และน้ำมันมะกอกเป็นต้น

 

กดติดตาม Spa Born