เจ้าของธุรกิจสปา

เจ้าของธุรกิจสปาแบบไหนที่คุณกำลังเป็นอยู่

คุณเป็นเจ้าของธุรกิจสปาแบบไหน แบบที่เวลาทำงานตั้งแต่ร้านเปิดจนถึงร้านปิดของคุณ คุณใช้เวลาไปกับการบริหารจัดการธุรกิจ ดูแลความเรียบร้อยของกิจการ พัฒนากลยุทธ์แผนการทางการตลาด  อบรมพนักงาน ปรับปรุงแผนงานเพื่อช่วยการลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นออกไป สร้างความสัมพันธ์อันดีกับลูกค้า จัดทำโปรโมชั่นส่งเสริมการขาย ศึกษาตลาดและเทรนด์ในการทำธุรกิจนวดสปา หรือเจ้าของธุรกิจสปาที่เป็นทั้งลูกจ้างและนายจ้างของตนเองทำทรีทเม้นต์ให้ลูกค้า ซักผ้า พับผ้า ชงชา ทำความสะอาด รับโทรศัพท์?

สิ่งที่จะทำให้ เจ้าของธุรกิจสปา ประสบความสำเร็จ

คือ การวางแผน วิเคราะห์ธุรกิจ บริหารจัดการธุรกิจให้เป็นไปในแนวทางที่ถูกต้อง  ถ้าเป็นสมัยก่อนตอนที่ฉันเริ่มทำงานแล้วมีคนมาแนะนำให้ดิฉัน อย่างที่ดิฉันกำลังจะบอกคุณธุรกิจของดิฉันคงขยายมากกว่านี้และทำเงินได้มากกว่านี้หลายเท่านัก ถ้ามีคนมาบอกคุณว่าการที่จะทำธุรกิจเสริมสวย ทำผม นวด สปา ให้ประสบความสำเร็จนั้นก็คือตัวคุณเองฉันต้องทำทรีทเม้นต์เป็น เพราะว่าลูกค้าจะได้มาติดคุณแล้วก็กลับมาหาคุณ  มันก็ใช่แค่ส่วนหนึ่ง การทำธุรกิจคนเดียวโดยมีเราเป็นตัวหลักในการทำทรีทเม้นให้กับลูกค้า เป็นสิ่งที่เราจะมั่นใจได้ว่าคุณภาพในการให้บริการของลูกค้าเป็นหน้าเป็นที่น่าพอใจของเราเพราะว่าเราเป็นคนทำเอง แต่นั่นก็ต้องแลกมาด้วยความเหน็ดเหนื่อยที่เราต้องเป็นคนทำงานบริการให้กับลูกค้าแล้วก็ต้องดูแลกิจการในร้านเองทั้งหมดซึ่งถ้าคุณเอาเวลาทั้งหมดที่มีไปทำทรีทเม้นให้กับลูกค้าแล้วคุณจะเอาเวลาที่ไหนมาดูแลกิจการของคุณ  มาคิดวางแผน วิเคราะห์ธุรกิจของคุณได้ ถึงแม้คุณจะเป็นคนที่เก่งมีฝีมือในสายงานของคุณแต่หากทำงานคนเดียวรายได้ก็จะมีจำกัดแต่ถ้าเรามีพนักงานที่มีความสามารถไปหลายคนทำงานให้กับบริษัทของเรา ธุรกิจสปาของเราก็จะก้าวหน้าและบริษัทก็จะทำเงินทำกำไรมากขึ้น  

เจ้าของธุรกิจสปา

ต่อไปนี้คือสิ่งที่เราจะแนะนำคุณได้

  1. หยุดบอกตัวเองสักทีว่าเราเป็นคนเดียวในบริษัท ที่ทำทุกอย่างได้ดีที่สุด คุณควรจะเริ่มแบ่งปันความรู้ที่คุณมีให้แก่คนรอบข้าง โดยการถ่ายทอดความรู้ให้กับทีมงานของคุณ ให้เขาได้พัฒนาฝีมือเพื่อที่จะได้บริการลูกค้าของคุณได้ในแบบที่คุณต้องการ สำหรับพนักงานแล้วไม่มีใครอยากจะทำงานที่เดิมโดยที่ไม่ได้รับการพัฒนาศักยภาพไปใดในสายงานของเขาเลย

  2. ตัวคุณควรจะหยุดที่จะทำทรีทเม้นให้กับลูกค้าทุกคนที่เดินเข้ามาในธุรกิจของคุณได้แล้ว  คุณควรจะให้โอกาสพนักงานของคุณได้แสดงฝีมือบ้าง แม้ตอนที่เขาเริ่มทำงานฝีมือจะไม่ถึงขั้นที่คุณพอใจแต่ในการที่คุณรับเขาเข้ามาทำงานนั่น ก็หมายความว่าคุณพอใจในฝีมือของเขาระดับหนึ่งไม่อย่างนั้นคุณคงไม่รับเขาเข้ามาทำงาน  และเมื่อเวลาผ่านไปเมื่อพนักงานของคุณได้ทำการฝึกอบรม และทำทรีทเม้นต์ให้กับลูกค้ามากขึ้น แน่นอนว่าฝีมือของเขาก็ย่อมมีการพัฒนาเช่นเดียวกัน เชื่อเถอะว่าพนักงานทุกคนสามารถพัฒนาฝีมือของตนเองได้

  3. แทนที่จะมานั่งบ่นกับลูกน้องว่าทำไมไม่มีลูกค้า ร้านเงียบ  หรือทำไมลูกค้าที่เคยมาแล้วไม่กลับมา หยุดเอาปัญหาในธุรกิจของคุณไปบ่นกับลูกน้องซะที เพราะว่าหน้าที่ของเขาคือทำงานเมื่อมีลูกค้าเข้ามารับบริการเท่านั้น ร้านจะยุ่งหรือไม่ยุ่ง บริษัทจะมีกำไรหรือไม่ ไม่ใช่หน้าที่ของพนักงานที่ต้องมารับรู้ หรือต้องมารับผิดชอบปัญหาที่เกิดขึ้น งานของคุณก็คือทำยังไงให้ธุรกิจของคุณอยู่รอด มีกำไร และประสบความสำเร็จ แทนที่คุณควรจะเอาเวลาที่ไปต่อว่าหรือจับผิดลูกน้อง คุณควรจะเอาเวลามาคิด ศึกษา หาวิธีการที่จะทำดึงดูดลูกค้าให้มากขึ้น ทำยังไงให้มียอดขายมากขึ้น ทำยังไงให้ธุรกิจประสบความสำเร็จดีกว่า  

  4. คุณควรจะทำการมอบหมายงานให้พนักงานโดยหน้าที่รับผิดชอบของแต่ละตำแหน่งงาน ควรมีการระบุและชี้แจงให้ทราบก่อนเริ่มงาน หากคุณยังไม่เคยทำก็ควรจะจัดทำเสีย และนัดประชุมพนักงานเพื่อชี้แจงหน้าที่ของแต่ละคนว่าต้องทำงานอะไรบ้าง แล้วก็หยุดแค่นั้นที่เหลือคุณควรจะเอาเวลามาสนใจงานบริหารที่สำคัญกว่า อย่าไปสนใจว่าสิ่งเล็กๆในน้อยที่ไม่ได้กระทบต่อธุรกิจของคุณมากมายนัก เชื่อถือว่าพนักงานของคุณเขาสามารถปฏิบัติตามกฎระเบียบได้ เขาทำหน้าที่ของเขาได้

  5. คุณควรจะเริ่มทำแผนธุรกิจ แผนการตลาด ระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาวเอาไว้ เพื่อจะได้เป็นแนวทางที่ชัดเจนในการดำเนินธุรกิจของคุณ ที่สำคัญต้องทีการวัดผลถึงงานต่างๆที่คุณได้กระทำลงไป ว่าเป็นที่น่าพอใจหรือไม่  ที่สำคัญหากมีเหตุการณ์ใด หรือกระบวนการใดที่ได้ผลไม่เป็นที่น่าพอใจ คุณจะได้มีแนวทางในการทำงาน และก็ควรจะทำการปรับปรุงแก้ไขให้ดียิ่งขึ้น

  6. เรียนรู้การบริหารจัดการเวลาเพราะเวลาเป็นสิ่งที่มีค่า  ทุกๆนาทีที่เราเปิดทำการ ธุรกิจมีต้นทุน ไม่ว่าจะเป็นค่าจ้างพนักงาน มีค่าเช่า ค่าน้ำ ค่าไฟ อินเตอร์เน็ต ทุกอย่างมีค่าใช้จ่ายเพราะฉะนั้นคุณควรจะบริหารจัดการเวลาให้มีประสิทธิภาพสูงสุด ทำเงินให้ได้มากที่สุด

  7. พัฒนาตัวเอง สื่อสารกับทีมงานให้มากขึ้น ควรจะมีการประชุมทุกสัปดาห์เพื่อที่จะได้อัพเดทเรื่องราวต่างๆที่เกิดขึ้นในธุรกิจของคุณเช่น หากคุณมีโปรโมชั่น หรือมีความรู้ใหม่ๆ หรือมีเรื่องราวที่จำเป็นต้องแจ้งให้ทีมงานทราบ คุณก็สามารถใช้โอกาสนี้ในการชี้แจงกับทีมงานของคุณ หรือบางครั้งทีมงานของคุณอาจจะมีข้อสงสัยอาจจะมีปัญหาหรืออาจจะมีข้อแนะนำที่เป็นประโยชน์กับธุรกิจของคุณซึ่งเขาอยากที่จะบอกกับคุณ ฟังทีมงานของคุณให้มากขึ้นเพราะเขาเป็นคนที่สื่อสารกับลูกค้าใกล้ชิดกับลูกค้ามากที่สุดการที่เขานำเสนอความคิดหรือข้อคิดเห็นของเขาขึ้นมานั่นหมายความว่าเขาได้เห็นช่องว่างที่เราควรจะเติมเต็มธุรกิจของเราให้ดีและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

  8. เรียนรู้การเป็นนักธุรกิจลงทุนในการพัฒนาศักยภาพของพนักงานพัฒนาศักยภาพของธุรกิจของคุณทั้งด้านการบริการการตลาดการจัดการการบริหารงานบุคคลทุกอย่างควรจะดำเนินไปด้วยกันเพื่อที่จะได้พัฒนาธุรกิจของคุณให้ไปถึงจุดสูงสุด

Mind Set ในการทำธุรกิจเป็นสิ่งที่จำเป็นมาก ถ้าคุณเป็น เจ้าของธุรกิจสปา แบบเป็นนายจ้างและลูกจ้างของตัวเอง ธุรกิจของคุณจะไปไหนไม่ได้ไกล แต่ถ้าคุณทำธุรกิจแบบนักธุรกิจ โอกาสเติบโตของคุณก็จะสูงขึ้น ตั้งเป้าหมายให้ใหญ่เชื่อมั่นในตนเองและทีมงานของคุณ พัฒนาไปด้วยกันแล้วธุรกิจของคุณจะประสบความสำเร็จได้ไม่ยาก

ติดตามเรา

แบ่งปันไปยังคนที่คุณรัก

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *